Home » โรคผื่นผิวแห้ง ในผู้สูงวัยและผู้หญิงตั้งครรภ์

โรคผื่นผิวแห้ง ในผู้สูงวัยและผู้หญิงตั้งครรภ์

  • by

ผิวที่ดีเป็นอย่างไร ?? ในส่วนแรกเรามาทำความรู้จัก Skin barrier กันก่อน

Skin barrier คือปราการปกป้องผิวจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก และช่วยรักษาความชุ่มชื้นจากภายใน เปรียบเสมือนกำแพงอิฐที่คอยป้องกันสิ่งแปลกปลอมภายนอก และรักษาน้ำในผิวให้คงสภาพที่สมบูรณ์ เพื่อลดปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับผิว เช่น แห้ง มีผื่นแพ้ง่าย คัน เกา ผิวอักเสบ ติดเชื้อ คือการนำไปสู่โรคผิวหนังต่าง ๆ ซึ่งร้ายแรงที่สุดก็คือ มะเร็งผิวหนัง

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่เราละเลยการดูแล กำแพงผิวของเรา (Skin barrier) จะนำพาไปสู่สาเหตุอื่นๆ ที่มากขึ้นตามลำดับ ซึ่งถ้าอายุยังน้อย เซลล์ผิวแข็งแรง ปัญหาต่างๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดได้น้อย ง่ายต่อการฟืนตัวของเซลล์ผิว

บุคคล 2 ประเภทที่ควรได้รับการดูแล Skin barrier อย่างพิเศษ คือ

1. ผู้สูงวัยเพราะเซลล์ในร่างกายเริ่มอ่อนแอ เสื่อมถอย Skin barrier ร่างกายผลิต ได้น้อยลง
2. คุณแม่ตั้งครรภ์  ซึ่งในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์นั้น สารอาหารต่างๆ คุณแม่ที่ตั้งครรภ์มีความต้องการเพิ่มขึ้น 2-3 เนื่องจากจะถูกลูกที่อยู่ในครรภ์จะดูดซับเอาสารอาหาร และสารบำรุงไปหมด เมื่อการดูแลไม่เพียงพอก็ทำให้ คุณแม่หลายท่านจะเผชิญกับปัญหามากมายที่มีผลกระทบกับเซลล์ผิว เช่น ผื่นแดง มีอาการแสบคัน ผิวหมองคล้ำ ผิวขาดน้ำ ผิวหย่อนคล้อย หรือผิวแตกลาย ผิวแห้งมาก

สภาวะแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาผิวต่าง ๆคือ

ภาวะผิวแห้ง (Dry skin หรือ Xerosis)  เกิดขึ้นจากภาวะที่มีน้ำมันเคลือบผิวลดลง เกิดการสูญเสียน้ำในผิวหนัง ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น รวมทั้งต่อมไขมันผลิตน้ำมันลดลง ผิวหนังแห้งเป็นขุยไม่เรียบเนียน ร่วมกับมีอาการคันได้  

1.ผิวหนังชั้นหนังกำพร้า (stratum corneum) ประกอบด้วยเซลล์ผิวหนัง เซลล์เม็ดสี โปรตีน (amino acid) น้ำ และไขมัน ซึ่งไขมันมีหน้าที่สำคัญคือกักเก็บความชุ่มชื้นที่ผิวหนัง และป้องกันน้ำระเหยออกจากผิวหนัง ที่สำคัญคือเซรามายด์ (Ceremide) เป็นส่วนประกอบหลักร่วมกับกรดไขมัน (fatty acid) และโคเลสเตอรอล (cholesterol)

2.ชั้นหนังแท้ (Dermis) ประกอบด้วยคอลลาเจน (collagen) อีลาสติน (elastin) และสาร Hyaluronic acid มีคุณสมบัติดูดซับน้ำไว้ในชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวหนังเต่งตึงมีความยืดหยุ่นดี นอกจากนี้ในชั้นหนังแท้ยังมีต่อมเหงื่อทำหน้าที่สร้างและขับสารน้ำออกจากร่างกายเพื่อปรับอุณหภูมิ และต่อมไขมันทำหน้าที่ขับไขมันออกมาปกป้องผิว ไม่ให้ผิวแห้ง

ปัจจัยที่ทำให้ผิวหนัง (skin barrier) เสียสมดุล??

ปัจจัยภายใน (intrinsic factor) เช่น ผู้สูงอายุ ผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ผู้ป่วยโรคไต ขาดฮอร์โมนไทรอยด์ ขาดสารอาหาร ขาดน้ำ หรือได้รับยาบางอย่างในการรักษาโรคเช่น ยาขับปัสสาวะ กรดวิตามินเอ

– ปัจจัยภายนอก (extrinsic factor) เช่น ความชื้นในอากาศต่ำ ฤดูหนาว อยู่ในห้องแอร์ อาบน้ำบ่อยๆ หรือสัมผัสสารที่มีความเป็นกรดด่าง เช่นสบู่ที่มีความเป็นด่าง หรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงการใส่เสื้อผ้าที่มีความหยาบกระด้างกับผิวหนัง

กลไกของชั้นหนังกำพร้าความสามารถในการสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เก่าจะลดลง ซึ่งปกติวงจรการผลัดเซลล์ผิวของชั้นหนังกำพร้าจะใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ แต่ในผู้สูงอายุและผู้หญิงตั้งครรภ์จะใช้เวลานานขึ้นถึง 2 เท่า ความสามารถในการกักเก็บน้ำไว้ที่ผิวหนังก็ลดลง ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าจะบางลงมากถึง 50% โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกแสงแดดบ่อย

ส่วนในชั้นหนังแท้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินก็จะบางลง เส้นใยที่ประสานกันจะขาดความยืดหยุ่น ทำให้ผิวหนังเกิดรอยเหี่ยวย่น ต่อมเหงื่อและต่อมไขมันทำงานลดลง  ทำให้ผิวหนังในผู้สูงอายุและผู้หญิงตั้งครรภ์ มีลักษณะแห้งเป็นขุย มีสะเก็ดและหยาบง่ายขึ้น แตกลาย และบอบบางแพ้ง่าย

การรักษาผิวหนัง แห้ง ลอก คัน

การรักษาภาวะผิวแห้ง ควรใช้โลชั่นที่มีความเข้มข้นของเซราไมด์ ซึ่งเป็นสารเลียนแบบโครงสร้างผิว เติมเต็มให้ skin barrier แข็งแรง เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหนัง ลดอาการคัน และเพิ่มเกราะป้องกันผิวหนังให้แข็งแรงมากขึ้น (skin barrier) ลดการสูญเสียน้ำในผิวหนัง

ในกรณีที่มีการอักเสบของผิวหนัง หรือมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยจากการเกา (มีแผลและมีหนอง) แนะนำควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษา ดังนั้นเมื่อมีอาการคัน จนเริ่มเกา ควรเริ่มดูแลผิวให้อาการคันบรรเทาลง เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ จนลามไปถึงการเกิดแผล หรือ มีหนอง ตามมา

ภาวะผิวแห้ง หรือโรคผื่นผิวแห้ง ในผู้สูงวัยและผู้หญิงตั้งครรภ์ (Xerosis)

พบได้บ่อย มีลักษณะเป็นสะเก็ดแห้งเป็นขุย หรือเป็นแผ่น มีร่องแตกคล้ายเกล็ดปลา ซึ่งสามารถพบได้ทั้งตัว แต่จะชัดเจนบริเวณแขนขา โดยพบทั้งในเพศชายและเพศหญิงพอๆกัน ซึ่งแสดงว่าฮอร์โมนไม่ได้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดผิวแห้ง แต่เกิดจากอายุที่มากขึ้น ทำให้มีการสร้างไขมันที่ผิวหนังลดลง นอกจากนี้การอาบน้ำบ่อยๆ อาบน้ำอุ่นและใช้สบู่ทั่วไปที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ทำให้สูญเสียไขมันที่เป็นเกราะป้องกันผิวชั้นนอก ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดผิวแห้งในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในฤดูหนาว เนื่องจากมีความชื้นในอากาศต่ำทำให้ผิวสูญเสียน้ำได้มากขึ้น ผิวจึงแห้งและคันมากขึ้นได้

ผิวขึ้นผื่นแดงแสบคันในคนท้อง

วิธีการดูแลและรักษาผิวขึ้นผื่นแดงแสบคันในช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่ควรบำรุงด้วยครีมหรือโลชั่นที่เป็นสูตรธรรมชาติและมีความอ่อนโยนต่อผิว เนื่องจากครีมที่มีกลิ่นแรงๆ อาจส่งผลต่ออาการแพ้ท้องได้ ในกรณีที่มีผื่นแดงขึ้นกระจายเป็นวงกว้างหรือมีลักษณะเป็นตุ่มๆ จนดูผิดปกติ เป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ได้ ซึ่งไม่ควรปล่อยไว้ให้ลุกลาม แต่ควรรีบปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุด

ผิวแตกลายผู้หญิงตั้งครรภ์

ในช่วงตั้งครรภ์ ผิวของคุณแม่จะเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตามขนาดตัวของทารกในครรภ์ จึงทำให้เกิดปัญหาผิวแตกลายตามมา ส่วนใหญ่จะเกิดอาการแตกลายที่บริเวณผิวหน้าท้องมากถึง 90% แต่ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการทาครีมหรือน้ำมันกันท้องแตกลาย เพื่อเป็นการคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิว พร้อมทั้งดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ จะช่วยแก้ปัญหาผิวแตกลายได้ดี

วิธีการดูแล และป้องกันเบื้องต้นของโรคผื่นผิวแห้ง

– หลีกเลี่ยงการอาบน้ำบ่อยๆ อาบน้ำอุ่นและใช้สบู่ทั่วไปที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ทำให้สูญเสียไขมันที่เป็นเกราะป้องกันผิวชั้นนอก เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดผิวแห้งในผู้สูงอายุ

– ผู้สูงอายุที่ผิวแห้ง คัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีค่าความเป็นด่างน้อย ค่า pH ประมาณ 5 และควรมีสารเพิ่มความชุ่มชื้นผิว ไม่มีสารลดแรงตึงผิว (surfactant)

– หากมีการอักเสบของผิวหนัง หรือมีการติดเชื้อแบคทีเรียจากการเกา มีแผลและมีหนอง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษา

– หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์ และน้ำหอม

– หลีกเลี่ยงการเกาหรือเสียดสีบริเวณที่มีอาการคัน เนื่องจากจะกระตุ้นให้มีอาการอักเสบติดเชื้อที่ผิวหนังได้

– สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบายผิว

– ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง

– หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจัดเป็นเวลานาน และควรป้องกันแสงแดดโดยทาครีมกันแดด สวมหมวก กางร่ม และใส่เสื้อแขนยาว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *